ถือกำเนิด Bitcoin Cash .. เงินดิจิตอลสกุลใหม่ที่แยกวงจาก Bitcoin

ทำเอาตลาดเงินดิจิตอลปั่นป่วนมาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา จากความกังวลต่อกระแสข่าวที่ว่า Bitcoin (BTC) เงินดิจิตอลสกุลแรกและสกุลใหญ่ที่สุดของโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ถึงขนาดมีการแยกตัวออกเป็นเงินสกุลใหม่ มูลค่าตลาดของเงินดิจิตอลทุกสกุลรวมกัน (หน่วยคือพันล้านเหรียญ) เมื่อถึงเวลา 19.20 น. ของวันที่ 1 ส.ค. 60 ตามเวลาประเทศไทย เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงและมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้เกิดขึ้นจริง นั่นคือ การถือกำเนิดของเงินดิจิตอลสกุลใหม่ที่ชื่อ “Bitcoin Cash” หรือ BCH ที่แยกตัวออกจาก BTC ดั้งเดิม คลิปอธิบายกระบวนการแยกตัวของเงินดิจิตอล (Hard Fork) โดยกลุ่มผู้สร้าง BCH ซึ่งได้แก่ Exchange รายใหญ่ของโลก 2-3 ค่าย ให้เหตุผลในการแยกตัวว่า

เขาว่าวางแผนการเงินให้ดูเงินเฟ้อด้วย แล้วตัวเลขมันเท่าไรกันล่ะ ? | อัพเดทตัวเลข ณ ก.ค.60

เวลาที่เราจะต้องวางแผนการเงินการลงทุนระยะยาว คำนวณผลตอบแทน คำนวณเงินต้นที่ต้องมียามเกษียณ ก็มักจะถูกทักว่า “เฮ้ย ลืมเงินเฟ้อไปหรือเปล่า?!” ซึ่งบางทีเราก็ลืม หรือไม่ ก็ไม่รู้ว่าจะใช้ตัวเลขไหนดี ก็เลยขอนำตัวเลขเงินเฟ้อมาให้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนซะเลย แต่ก่อนจะไปดูตัวเลข ขออธิบายก่อนว่า ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทย ถูกรวบรวบข้อมูล คำนวณ และเผยแพร่โดยกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งตัวเลขของเดือนก่อนจะประกาศทุกวันทำการแรกของเดือนปัจจุบัน (นับว่าเป็นการประมวลผลที่เร็วมากกก) อย่างตัวเลขล่าสุดที่มี ณ เวลานี้ ก็คือของเดือนมิถุนายน 2560  โดยอัตราเงินเฟ้อแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งในการคำนวณ จะไม่รวมการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานและอาหารสด จึงทำให้ Core Inflation มีความผันผวนน้อยกว่าเงินเฟ้ออีกประเภท อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation หรือบางทีเรียกสั้น ๆ ว่า Inflation) ซึ่งจะรวมการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าและบริการทุกประเภท จึงทำให้ Headline Inflation มีความผันผวนมากกว่า

ลงทุนยาวไป ได้เท่าไรกันนะ ?!? ฉบับอัพเดทข้อมูลสดใหม่ ก.ค. 60

  คนรุ่นใหม่อย่างพวกเราคงเคยได้ยินมาบ่อยครั้งว่า “เริ่ม(ลงทุน)ก่อนรวยกว่า” หรือไม่ก็ “ออมวันนี้เพื่อวันหน้า” และก็มักจะเห็นกราฟแสดงจำนวนเงินออมเงินลงทุนระยะยาว ในกรณีที่ได้รับผลตอบแทนต่าง ๆ กัน และ/หรือ กรณีที่ระยะเวลาออม/ลงทุนต่างกัน เช่น 1) ไม่มีเงินมาก่อนเลย แต่นับจากนี้สามารถเติมเงินได้เดือนละ 5,000 และได้ผลตอบแทน 2% ต่อปี เมื่อเวลาผ่านไป 30 ปี จะมีเงิน 2,463,627  2) ระยะเวลา 30 ปีเท่ากันกับกรณี 1 แต่ทำผลตอบแทนได้เพิ่มจาก 2% เป็น 5% ต่อปี จำนวนเงินตอนจบจะเพิ่มเป็น 4,161,293 เท่ากับว่า ผลตอบแทนเพียง 3% ที่เพิ่มขึ้นตลอด 30 ปีนั้น สร้างเงินได้มากขึ้นถึง 1.7 ล้าน 3) เหมือนกับกรณี 2 (ระยะเวลาลงทุน 30 […]