ตลาดหุ้นไทยวันนี้บวกบางเฉียบ แต่ก็เป็นสัปดาห์ที่สวยงาม // แนวโน้มจึงยังเป็นขาขึ้นทั้งระยะสั้นและระยะกลาง // เงินบาทแข็งด่วนจี๋ไปอยู่ที่ 35.34 THB/USD และแนวโน้มระยะกลางก็ยังเป็นด้านแข็งค่า // การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ตลาดหุ้น ฝรั่งยังซื้อหนัก ส่วนรายย่อยไทยก็ยังขาย (ขายตอนหุ้นขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วจะเอาหุ้นที่ไหนไปได้กำไรครับ … ถือสิครับ) ตลาดฟิวเจอร์ส ฝรั่งยังคงซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปี // ตลาดหุ้นทั่วโลก: บวกเป็นส่วนใหญ่ // ทองคำลบเล็กน้อย น้ำมันดิบบวกแรงงง กราฟจาก บริการเอสเพน (คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น) สรุปมุมมอง เมื่อใช้ SET Index เป็นตัวแทนของหุ้นโดยรวม …
ตลาดหุ้นไทยยังบวกได้ต่อเนื่อง // แนวโน้มดัชนีในระยะสั้นจึงยังเป็นขาขึ้น เช่นเดียวกับระยะกลาง // เงินบาททรงตัวอยู่แถว ๆ 35.72 THB/USD โดยแนวโน้มระยะกลางยังเป็นด้านแข็งค่า // การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ตลาดหุ้น ฝรั่งกลับมาขายเล็กน้อย หลังจากซื้อมาตลอดเดือน ตลาดฟิวเจอร์ส ฝรั่งยังคงซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปี // ตลาดหุ้นทั่วโลก: ฝั่งยุโรป บวก อเมริกา ลบ ฝั่งเอเซีย (ซึ่งปิดไปก่อน) บวกทั่วหน้า // ทองคำลบเล็กน้อย น้ำมันทรงตัว กราฟจาก บริการเอสเพน (คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น) สรุปมุมมอง เมื่อใช้ SET Index เป็นตัวแทนของหุ้นโดยรวม …
ระยะสั้นกลับเป็นขาลงอีกแล้ว // ส่วนระยะกลางก็ยังเป็นขาลงต่อเนื่อง // เงินบาทยังนิ่งอยู่ที่ 36.1x THB/USD // ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ลบไปถึง 20 จุด เพราะโดนแรงฉุดจากกลุ่มสื่อสารแบบยกแผง แม้จะมีแรงส่งจากกลุ่มพลังงานมาช่วยอยู่ // ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป กลับมาเป็นบวก ส่วนตลาดเอเชียยังบวกลบผสมกัน // ทองคำและน้ำมันบวกต่อเล็กน้อย // การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ฝรั่งยังคงขายในตลาดหุ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี สถาบันเริ่มมีแรงซื้อสุทธิเข้ามาบ้าง ส่วนรายย่อยก็ยังทยอยเก็บของในขาลงต่อไป (ยิ่งซื้อยิ่งขาดทุน) กราฟจาก บริการเอสเพน (คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น) สรุปมุมมอง เมื่อใช้ SET Index เป็นตัวแทนของหุ้นโดยรวม …
ในตอนที่แล้ว (ภาวะตลาดแบบนี้ลงทุนในอะไร และจัดพอร์ตแบบไหนดีนะ ? ตอนที่ 1 | รู้ทันภาวะเศรษฐกิจ) ได้สรุปไว้ว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ยังพอจะเติบโตได้ แต่ในอัตราที่เชื่องช้า โดยมีปัจจัยสำคัญคือการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือ Fed Fund Rate ของสหรัฐฯ จ่อคิวอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 2558 แถมตลาดหุ้นทั่วโลกในภาพรวมก็ให้ผลตอบแทนไม่มากนัก แถมยังมีความผันผวนสูงมากในบางตลาด ในขณะที่ประมาณการณ์เศรษฐกิจในอนาคต มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ลดลง … โดยที่สินทรัพย์การลงทุนหลัก ๆ ในปัจจุบัน ประกอบด้วย ตราสารหนี้ตลาดเงิน ตราสารหนี้ ตราสารทุน สินค้าโภคภัณฑ์ และ กองทุนอสังหาริมทรัพย์/กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวดังนี้ Asset Allocation & Asset Selection ตราสารหนี้ตลาดเงิน ให้ผลตอบแทนต่ำ ในช่วง 1.50% – 2.50% ต่อปี (โดยประมาณ) แต่สม่ำเสมอมั่นคงมาก และอัตราผลตอบแทนจะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศ … เหมาะสำหรับใช้เป็นที่พักเงินจากการลงทุนในประเภทอื่น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนดีกว่าการฝากออมทรัพย์ […]
ตลาดระยะกลางยังเป็นขาขึ้น แต่ระยะสั้นกลายเป็นขาลงซะแล้ว // เงินบาททรงตัวแถว ๆ 35.8x THB/USD // ดัชนีหุ้นไทยลบต่อ // ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดลบทั่วหน้า // น้ำมันร่วงและทองคำร่วงตาม กราฟจาก บริการเอสเพน (คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น) สถานะของตลาดและของปัจจัย แนวโน้มตลาดระยะกลาง-ยาว (กราฟซ้ายบน): อยู่ในขาขึ้น แบบอ่อนแรงลง แนวโน้มตลาดระยะสั้น (กราฟซ้ายกลาง): กลับเป็นขาลงอีกแล้ว การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ฝรั่งกลับมาขายทั้งในตลาดหุ้นและตลาดฟิวเจอร์ส เงินบาท: ทรงตัวที่ 35.82 THB/USD โดยแนวโน้มระยะกลางยังเป็นฝั่งแข็งค่า ตลาดหุ้นต่างประเทศ: สหรัฐฯ และยุโรป ลบทั่วหน้า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันและทองคำ ติดลบ สรุปมุมมอง เมื่อใช้ SET Index เป็นตัวแทนของหุ้นโดยรวม …
ตลาดระยะสั้นยังเป็นขาขึ้น แต่ระยะกลางก็ยังเป็นขาลง // เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องไป 34.20 THB/USD และแนวโน้มระยะกลางก็เป็นฝั่งอ่อนค่า // ดัชนีหุ้นไทยลบเล็กน้อย // ตลาดหุ้นทั่วโลกบวกลบบาง ๆ รอข่าวใหม่ // น้ำมันทรงตัว ทองคำร่วง กราฟจาก บริการเอสเพน (คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น) สถานะของตลาดและของปัจจัย แนวโน้มตลาดระยะกลาง-ยาว (กราฟซ้ายบน): ยังอยู่ในขาลง ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 12 แนวโน้มตลาดระยะสั้น (กราฟซ้ายล่าง): หลังจากดูดีขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ตอนนี้กลับเป็นขาขึ้นแล้ว แต่ก็อ่อนแรงลง การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ยังชิว ๆ ไม่ออกอาวุธชัดเจน ทั้งในตลาดหุ้นและฟิวเจอร์ส เงินบาท: อ่อนค่าไปที่ 34.20 THB/USD และแนวโน้มระยะกลางก็ยังเป็นฝั่งอ่อนค่า ตลาดหุ้นต่างประเทศ: สหรัฐฯ และยุโรป บวกลบบาง ๆ รอกระแสข่าวใหม่ ๆ ใหญ่ ๆ […]
ความเดิมตอนที่แล้วในบทความ สำคัญจริงนะ … อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตอนที่ 1: ขยับดอกเบี้ยฯไปเพื่ออะไร ? ได้เล่าถึงความสำคัญของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย กลไกที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และไปจบที่การชี้ให้เห็นความสำคัญของ “ธนาคารพาณิชย์” ในฐานะที่เป็นผู้เล่นหลักในฝั่งเอกชนซึ่งรับไม้ต่อมาจากภาครัฐที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย (คลิก/แตะ ที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่เต็มจอ) เมื่อดูจากโครงสร้างเงินฝากของประเทศไทยซึ่งมีทั้งหมด 11.85 ล้านล้านบาท ก็พบว่าเงินฝากส่วนใหญ่เป็นเงินฝากระยะสั้น ไม่เกิน 3 เดือน ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้หลักของแบงก์พาณิชย์คือ Minimum Loan Rate หรือ MLR (ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ มีนาคม 2558)