ตลาดระยะกลางยังเป็นขาขึ้น แต่ระยะสั้นกลับเป็นขาลง (อีกแล้ว) // เงินบาทแข็งค่าอีกเล็กน้อยมาอยู่ที่ 35.39 THB/USD // ดัชนีหุ้นไทยลบเยอะ นำดิ่งลงไปโดยหุ้นใหญ่ ๆ อย่าง PTT KBANK SCB TRUE ADVANC ตัวละนิดละหน่อย // ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ค่อนไปทางบวก // น้ำมันและทองคำบวก กราฟจาก บริการเอสเพน (คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น) สถานะของตลาดและของปัจจัย แนวโน้มตลาดระยะกลาง-ยาว (กราฟซ้ายบน): อยู่ในขาขึ้น แนวโน้มตลาดระยะสั้น (กราฟซ้ายกลาง): ถูกตบเป็นขาลงอีกแล้ว หลังจากเพิ่งเป็นขาขึ้นเมื่อ 2 วันก่อน ช่วงนี้ภาพระยะสั้นของตลาดกลายเป็นโหมดไม่ชัดเจนอีกแล้ว (ความจริงคือชัด ว่า ไม่ชัด) การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ฝรั่งเริ่มหยุดขายหุ้น หลังจากเป็นฝั่งขายยาวมาตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ในฝั่งตลาดฟิวเจอร์ส ฝรั่งเริ่มขายอีกแล้ว เงินบาท: แข็งค่าอีกเล็กน้อยไปอยู่ที่ 35.39 THB/USD และแนวโน้มระยะกลางยังเป็นฝั่งแข็งค่า ตลาดหุ้นต่างประเทศ: […]
ตลาดยังเป็นขาขึ้น ทั้งระยะสั้นและระยะกลาง // เงินบาทแข็งค่ากลับลงมาที่ 35.43 THB/USD // ดัชนีหุ้นไทยบวก ซึ่งนำมาโดยหุ้นพลังงานขนาดใหญ่อย่าง PTT และ PTTEP // ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ บวกลบผสมกัน // น้ำมันลบ ทองคำบวก กราฟจาก บริการเอสเพน (คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น) สถานะของตลาดและของปัจจัย แนวโน้มตลาดระยะกลาง-ยาว (กราฟซ้ายบน): อยู่ในขาขึ้น แนวโน้มตลาดระยะสั้น (กราฟซ้ายกลาง): เพิ่งกลับมาเป็นขาขึ้น หลังจากอ่อนแรงลงเป็นขาลงได้แค่วันเดียว ช่วงนี้ภาพระยะสั้นของตลาดกลายเป็นโหมดไม่ชัดเจนอีกแล้ว (ความจริงคือชัด ว่า ไม่ชัด) การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ฝรั่งเริ่มหยุดขายหุ้น หลังจากเป็นฝั่งขายยาวมาตั้งแต่ปลายปีก่อน ในฝั่งตลาดฟิวเจอร์ส ฝรั่งกลับมาซื้อเล็กน้อย เงินบาท: แข็งค่าลงไปอยู่ที่ 35.43 THB/USD และแนวโน้มระยะกลางยังเป็นฝั่งแข็งค่า ตลาดหุ้นต่างประเทศ: สหรัฐฯ และยุโรป บวกลบผสมกัน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันลบ ทองคำบวก เล็กน้อย สรุปมุมมอง เมื่อใช้ SET Index […]
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย คือดอกเบี้ยแกนหลักของประเทศซึ่งมีหน้าที่ประครองเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปอย่างมั่นคง ไม่ตกต่ำจนประชาชนเดือนร้อน และไม่ร้อนแรงเกินไปจนสุ่มเสี่ยง อัตราดอกเบี้ยนโยบายนี้ จะว่าไปก็เปรียบเหมือนคันเร่งและแป้นเบรคของรถยนต์ ซึ่งเจ้ารถยนต์นี้ก็คือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อเศรษฐกิจชักจะเหงาหงอย เติบโตต่ำ ซึ่งเปรียบเหมือนรถยนต์ที่วิ่งช้าลงจนแทบหยุด โดยหลัก ๆ ก็จะดูจากการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Production หรือ GDP) ที่ชะลอตัว ยอดการส่งออกสุทธิที่ลดลง และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำลง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็จะเหยียบคันเร่งด้วยการ “ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” เพื่อส่งสัญญาณให้กลไกหลักในตลาดการเงิน ซึ่งก็คือแบงก์พาณิชย์ ปรับลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจมีแรงฮึดจนกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง กล่าวคือ 1) ส่งสัญญาณให้แบงก์พาณิชย์ “ในฐานะเจ้าหนี้” ลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อให้ลูกหนี้ซึ่งมีทั้งประชาชนและภาคธุรกิจหายใจหายคอได้คล่องขึ้นด้วยเหตุที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะลดลง … เมื่อดอกเบี้ยต่ำลง ลูกหนี้ที่เป็นประชาชนผู้บริโภค ก็มีแนวโน้มจะใช้จ่ายด้วยการก่อหนี้มากขึ้น เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล และเมื่อดอกเบี้ยต่ำลง ลูกหนี้ที่เป็นภาคธุรกิจ ก็มีแนวโน้มที่จะกู้ยืมเพื่อไปลงทุนทำธุรกิจมากขึ้น 2) ส่งสัญญาณให้แบงก์พาณิชย์ “ในฐานะลูกหนี้” ลดดอกเบี้ยเงินฝาก […]
วันนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์คณะหลักของประเทศในการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ประกาศหั่นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย — ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยแกนหลักของประเทศ ที่ใช้กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยต่าง ๆ ทั้งหมด ทั้งพันธบัตร เงินกู้ และเงินฝาก — ให้ลดลง 0.25% จาก 2.00% ต่อปี เหลือ 1.75% ต่อปี ด้วยเหตุว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยแย่กว่าที่คาด แถมการใช้จ่ายภาครัฐยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเห็นผล (ที่มา: www.bot.or.th) และผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าว เท่าที่เห็นผลได้ทันทีและเท่าที่พอจะนึกออกในตอนนี้ก็คือ
ปี 2557 ผ่านไป ปี 2558 ผ่านเข้ามา มาดูกันว่า การลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดปี 2557 เป็นอย่างไรบ้าง ① ดัชนีหุ้นไทย (ข้อมูลจาก Aspen for Windows) เมื่อพิจารณาจากดัชนีผลตอบแทนรวมหรือ Total Return Index (TRI) ของหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนทั้งผลจากราคาหุ้น การจ่ายปันผล และการได้รับสิทธิต่าง ๆ เช่น หุ้นปันผล ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrants) ไว้หมดแล้ว พบว่า
เรียบร้อยโรงเรียน FOMC … ผลการประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมา (เช้ามิืดวันที่ 30 ต.ค.57 ตามเวลาประเทศไทย) FED’s FOMC มีมติยุติการซื้อตารสารหนี้ “เพิ่มขึ้น” ในโครงการ QE … ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังกดต่ำไว้ที่ 0.00% – 0.25% ต่อไปอีกระยะ ซึ่งยังไม่ได้บอกว่าจะถึงเมื่อไร … เหตุผลหลักก็คือ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด แต่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย (เงินเฟ้อต่ำไปก็ไม่ดี แสดงว่าเศรษฐกิจยังไม่คึกคักเท่าที่ควร) แต่นี่ก็เป็นแค่กลางทางของมาตรการ QE เท่านั้น ยังไม่ได้เป็นการจบแบบสิ้นเชิง เพราะ ณ เวลานี้เป็นการ “ไม่ซื้อเพิ่ม” … ส่วนของเก่าที่ซื้อสะสมมาตลอด 5-6 ปีที่แล้ว เมื่อครบกำหนดได้รับคืนเงินต้นจากตราสารหนี้ ก็ยังคง “ซื้อกลับ” (Rollover) ต่อไปอีก เพื่อให้ขนาดสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับเดิม และเพื่อกดอัตราดอกเบี้ยในตลาดให้ต่ำต่อไป (มีแรงซื้อ […]