เวลาที่เราจะต้องวางแผนการเงินการลงทุนระยะยาว คำนวณผลตอบแทน คำนวณเงินต้นที่ต้องมียามเกษียณ ก็มักจะถูกทักว่า “เฮ้ย ลืมเงินเฟ้อไปหรือเปล่า?!” ซึ่งบางทีเราก็ลืม หรือไม่ ก็ไม่รู้ว่าจะใช้ตัวเลขไหนดี ก็เลยขอนำตัวเลขเงินเฟ้อมาให้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนซะเลย แต่ก่อนจะไปดูตัวเลข ขออธิบายก่อนว่า ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทย ถูกรวบรวบข้อมูล คำนวณ และเผยแพร่โดยกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งตัวเลขของเดือนก่อนจะประกาศทุกวันทำการแรกของเดือนปัจจุบัน (นับว่าเป็นการประมวลผลที่เร็วมากกก) อย่างตัวเลขล่าสุดที่มี ณ เวลานี้ ก็คือของเดือนกรกฎาคม 2560 โดยอัตราเงินเฟ้อแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งในการคำนวณ จะไม่รวมการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานและอาหารสด จึงทำให้ Core Inflation มีความผันผวนน้อยกว่าเงินเฟ้ออีกประเภท อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation หรือบางทีเรียกสั้น ๆ ว่า Inflation) ซึ่งจะรวมการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าและบริการทุกประเภท จึงทำให้ Headline Inflation มีความผันผวนมากกว่า
(พลิกหน้าจอเป็นแนวนอนเพื่อดูภาพใหญ่ขึ้น) ดูคำอธิบายแบบละเอียดพร้อมกราฟเทคนิคจัดเต็ม
วลี “เงินดิจิตอลเป็นฟองสบู่” .. ยังมีการพูดถึงอยู่เนือง ๆ ซึ่งส่วนตัวขอให้ความเห็นดังนี้ครับ การจะชี้ชัดได้ว่าสิ่งใดเป็นฟองสบู่ ต้องวัดมูลค่าพื้นฐานสิ่งนั้นได้เสียก่อน เหมือนเราไม่มีแผนที่ ไม่รู้พิกัดตัวเอง เราจะบอกได้อย่างไร ว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน เราเลยแล้ว หรือว่ายังไม่ถึง การพิจารณาพื้นฐานของราคาน้ำมันดิบ และทองคำ สามารถนำ “ต้นทุนการได้มา” มาเป็นปัจจัยในการพิจารณาได้ .. น้ำมันดิบ ก็ใช้ต้นทุนในการขุดเจาะ ทองคำ ก็ใช้ต้นทุนในการทำเหมือง เงินดิจิตอล ก็อาจจะมีหลักการให้พิจารณาได้ในลักษณะนี้เช่นกัน เพราะเงินดิจิตอล มีต้นทุนในการ “ขุด” เช่นกัน ซึ่งต้นทุนหลัก ๆ ก็คือค่าระบบ — ระบบเล็กเป็นเครื่องในบ้าน ระบบใหญ่เป็นฟาร์มขนาดเท่าโรงงาน — และค่าไฟ ดังนั้นถ้าราคาเงินดิจิตอลตกลงต่ำกว่าต้นทุนนี้ ฝั่ง supply จะหยุด เพราะทำไปแล้วมีแต่จะขาดทุน ระบบขุดในบ้าน ระบบขุดระดับฟาร์ม
(พลิกหน้าจอเป็นแนวนอนเพื่อดูภาพใหญ่ขึ้น) ดูคำอธิบายแบบละเอียดพร้อมกราฟเทคนิคจัดเต็ม
(พลิกหน้าจอเป็นแนวนอนเพื่อดูภาพใหญ่ขึ้น) ดูคำอธิบายแบบละเอียดพร้อมกราฟเทคนิคจัดเต็ม
ทำเอาตลาดเงินดิจิตอลปั่นป่วนมาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา จากความกังวลต่อกระแสข่าวที่ว่า Bitcoin (BTC) เงินดิจิตอลสกุลแรกและสกุลใหญ่ที่สุดของโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ถึงขนาดมีการแยกตัวออกเป็นเงินสกุลใหม่ มูลค่าตลาดของเงินดิจิตอลทุกสกุลรวมกัน (หน่วยคือพันล้านเหรียญ) เมื่อถึงเวลา 19.20 น. ของวันที่ 1 ส.ค. 60 ตามเวลาประเทศไทย เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงและมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้เกิดขึ้นจริง นั่นคือ การถือกำเนิดของเงินดิจิตอลสกุลใหม่ที่ชื่อ “Bitcoin Cash” หรือ BCH ที่แยกตัวออกจาก BTC ดั้งเดิม คลิปอธิบายกระบวนการแยกตัวของเงินดิจิตอล (Hard Fork) โดยกลุ่มผู้สร้าง BCH ซึ่งได้แก่ Exchange รายใหญ่ของโลก 2-3 ค่าย ให้เหตุผลในการแยกตัวว่า
(พลิกหน้าจอเป็นแนวนอนเพื่อดูภาพใหญ่ขึ้น) ดูคำอธิบายแบบละเอียดพร้อมกราฟเทคนิคจัดเต็ม