TIF | Thailand Investment Forum

รู้จัก DR ตัวช่วยลงทุนหุ้นต่างประเทศ ผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ในภาพรวมอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในทางเลือกที่จะช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว คือการกระจายการลงทุนไปยังหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในเมกะเทรนด์ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูงในอนาคต อาทิหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งบางกลุ่มธุรกิจยังไม่มีในตลาดหุ้นไทย สอดคล้องกับสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า นักลงทุนไทยมีแนวโน้มการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกลางปี 2564 ที่ปริมาณการลงทุนเพิ่มสูงมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี

แต่ปัจจุบัน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศยังคงมีข้อจำกัดและความยุ่งยากในการเข้าไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเปิดบัญชีที่ไม่ได้ง่ายเหมือนการเปิดบัญชีหุ้นไทย กฎระเบียบการซื้อขายของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน การกำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำที่สูง รวมถึงความยุ่งยากในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน และโอนเงินระหว่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงได้มีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถเชื่อมโยงการลงทุนในต่างประเทศผ่าน DR (Depositary Receipt) หรือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนหุ้นในต่างประเทศ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เสมือนการยกหุ้นต่างประเทศมาให้ซื้อขายได้ง่าย ๆ ผ่านตลาดหุ้นไทย

DR จะมีรายละเอียด ความน่าสนใจ และความแตกต่างเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรงอย่างไร สามารถติดตามได้ในบทความนี้

ทำความรู้จัก DR

DR (Depositary Receipt) หรือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศเป็นผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนหุ้นต่างประเทศได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เสมือนการยกหุ้นต่างประเทศมาให้ซื้อขายได้ง่าย ๆ ผ่านตลาดหุ้นไทย โดยมีตัวกลางคือ ผู้ออก DR จะเป็นผู้ที่ไปซื้อหุ้นต่างประเทศ และฝากไว้กับโบรกเกอร์หรือผู้เก็บรักษาทรัพย์สินที่ต่างประเทศ จากนั้นจะออกใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นอ้างอิงที่ฝากไว้ หรือเรียกว่า DR และจดทะเบียนซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ในสกุลเงินบาท นักลงทุนจึงสามารถซื้อขาย DR ด้วยบัญชีซื้อขายหุ้นได้ทันที เหมือนการซื้อขายหุ้นทั่วไป แถมยังได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่นเดียวกับการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยตรง

เปรียบเทียบการลงทุนใน DR และการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยตรง

บัญชีซื้อขาย: สามารถซื้อขาย DR ได้ทันที ไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่ ด้วยบัญชีหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ใดก็ได้ ขณะที่การลงทุนในหุ้นต่างประเทศจำเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศเพิ่มเติม

สกุลเงินที่ใช้ซื้อขาย: สามารถซื้อขาย DR ด้วยสกุลเงินบาท ส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศจะต้องซื้อขายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนจะมีภาระในการแลกเปลี่ยนเงิน และโอนเงินระหว่างประเทศ

ช่วงเวลาการซื้อขาย: สามารถซื้อขาย DR ได้ตามเวลาเปิดทำการของตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศต้องซื้อขายตามเวลาของตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

ค่าธรรมเนียม: DR มีค่าธรรมเนียมการซื้อขายอัตราเดียวกับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่วนหุ้นต่างประเทศมีค่าธรรมเนียมตามที่โบรกเกอร์กำหนด

ภาษี: ภาษีจากการซื้อขาย DR จะเหมือนการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ (กำไรจากการลงทุนใน DR จะได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดียวกันกับกำไรจากการลงทุนในหุ้น) ขณะที่ภาษีของการซื้อขายหุ้นต่างประเทศจะขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศ และในกรณีที่มีการขายและโอนเงินกลับภายในปีภาษี ต้องนำกำไรไปรวมเป็นรายได้พึงประเมิน

ลักษณะของ DR ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ชื่อย่อของ DR: กำหนดความยาวสูงสุดไม่เกิน 10 ตัวอักษร โดย 8 ตัวอักษรแรก คือชื่อย่อหลักทรัพย์ต่างประเทศ ส่วนตัวเลข 2 หลักต่อมาคือ หมายเลขผู้ออก DR ยกตัวอย่างเช่น UUUUUUUU99 คือ DR ของหลักทรัพย์ UUUUUUUU ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์หมายเลข 99

หลักทรัพย์ที่นำมาออกเป็น DR: ได้แก่ หุ้นสามัญหรือ ETF ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด

ช่วงเวลาการซื้อขาย: การซื้อขาย DR ไม่มีพักเที่ยง สามารถซื้อขายได้ตั้งแต่ตลาดเปิด จนตลาดปิด

ช่วงการเปลี่ยนแปลงของราคา: ช่วงของราคา (Tick Size) เหมือนหุ้นทั่วไป โดยเปลี่ยนแปลงได้สูงสุดไม่เกิน ±30% ของราคาปิดวันก่อนหน้า

การแจ้งเตือนเครื่องหมายต่าง ๆ: ผู้ออก DR จะต้องเผยแพร่ข้อมูลให้นักลงทุนทราบ เมื่อหลักทรัพย์ต่างประเทศมีการออกข่าวที่มีผลกระทบกับราคา หรือการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

DR ที่เปิดให้ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปัจจุบัน

ปัจจุบันมี DR ที่จดทะเบียนและเปิดซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แก่

  1. E1VFVN3001 ออกโดยบล. บัวหลวง มีหลักทรัพย์อ้างอิงคือ E1VFVN30 ซึ่งเป็นกองทุนรวม ETF ที่อ้างอิงดัชนี VN30 ซึ่งสะท้อนหุ้นชั้นนำ 30 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม
  2. BABA80 (เข้าใหม่ล่าสุด) ออกโดยธนาคารกรุงไทย มีการอ้างอิงหุ้นสามัญของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกด้านอีคอมเมิร์ซ คือ บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด

ผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนใน DR

นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนใน DR เสมือนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรง โดยสามารถแบ่งผลตอบแทนออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” การลงทุนใน DR ก็ย่อมมีความเสี่ยงเช่นกัน ซึ่งปัจจัยความเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน DR ประกอบด้วย

เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมของการซื้อขาย DR

เงื่อนไขการส่งคำสั่งซื้อขาย DR

ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย DR ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่

สรุปจุดเด่นและประโยชน์ของการลงทุนใน DR

ลงทุนได้ง่าย เหมือนการซื้อขายหุ้นทั่วไป | ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนไทยในการลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยสามารถใช้บัญชีซื้อขายหุ้นในการซื้อขาย DR ได้ทันที แถมยังซื้อขายเป็นเงินบาท ไม่ต้องมีภาระในการแลกเปลี่ยนค่าเงินหรือโอนเงินระหว่างประเทศ

เพิ่มโอกาสลงทุนในหุ้นต่างประเทศ | เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน พร้อมรับสิทธิประโยชน์และเงินปันผลเหมือนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรง

ประหยัดภาษี | กำไรจากการลงทุน DR ได้รับการยกเว้นภาษี ขณะที่การลงทุนหุ้นในต่างประเทศ กรณีขายและโอนเงินกลับภายในปีภาษี ต้องนำกำไรไปรวมเป็นรายได้พึงประเมิน

แหล่งเรียนรู้ข้อมูล DR เพิ่มเติม

สำหรับท่านที่สนใจเริ่มลงทุน DR สามารถศึกษารายละเอียดของ DR เพิ่มเติม ผ่านสื่อการเรียบรู้หลากหลายรูปแบบ อาทิ บทความ วิดีโอ และหลักสูตร e-Learning ทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ https://www.setinvestnow.com/th/newdr

Exit mobile version